ReadyPlanet.com
dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletศูนย์ออนไลน์ ดร. สาโรช ของเรา
bulletรายละเอียด สมัครสมาชิก ดร. สาโรช 2แบบ
bulletจุดจำหน่ายดร.สาโรช แห่งใหม่
bulletเจ้าของธุรกิจผลิตภัณฑ์ ดร.สาโรช
bulletคุณภาพและมาตรฐานการผลิต
bulletรู้เรื่องสมุนไพร มีดีอย่างไร
dot
สินค้าแนะนำ
dot
bulletเอ็นริชซีรั่ม
bulletเฟลิซิเต้ บี ไวท์ เดย์ครีม และ ไนท์ครีม
bulletเฟลิซิเต้ ยังทัช โกลด์ซีรัม สูตรสำหรับผิวแห้งและผิวธรรมดา/ผิวมัน
bulletยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก
bulletยาแคปซูลสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ดร.สาโรช
dot
ผลิตภัณฑ์คุณภาพ
dot
bulletผลิตภัณฑ์ชุดทำความสะอาด
bulletผลิตภัณฑ์ชุดสิว
bulletผลิตภัณฑ์ชุดฝ้า
bulletผลิตภัณฑ์ชุดสมุนไพรสกัด
bulletผลิตภัณฑ์ชุดบำรุงผิว
bulletผลิตภัณฑ์ชุดประทินผิว
bulletผลิตภัณฑ์ชุดสปา
bulletผลิตภัณฑ์ชุดเเป้ง
bulletผลิตภัณฑ์ชุดเส้นผมเเละหนังศีรษะ
bulletผลิตภัณฑ์ชุดเพื่อสุขภาพ
bulletผลิตภัณฑ์ชุดบีไวท์ เฟลิซิเต้
bulletผลิตภัณฑ์ชุดยังทัช เฟลิซิเต้
dot
ขั้นตอนการใช้ชุดผลิตภัณฑ์
dot
bulletการใช้ผลิตภัณฑ์ชุดฝ้า
bulletการใช้ผลิตภัณฑ์ชุดทาสิว
bulletการใช้ผลิตภัณฑ์ชุดบำรุงผิว
bulletการใช้ผลิตภัณฑ์ชุดลบเลือนริ้วรอย
bulletการใช้ผลิตภัณฑ์ชุดไวน์เทนนิ่ง
bulletการใช้ผลิตภัณฑ์ชุดบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
dot
จดหมายข่าว

dot
dot
ช่องทางสื่อสารกับเรา
dot
bulletเว็บบอร์ด
dot
เคล็ดไม่ลับ สำหรับคุณ
dot
bulletรวมบทความเกี่ยวกับการบำรุงผิว
bulletดื่มน้ำผลไม้ ตามกรุ๊ปเลือด
bulletอย.เผยรายชื่อเครื่องสำอางอันตราย
bulletเรื่องดีๆ สำหรับสมาชิกค่ะ


รู้เรื่องสมุนไพร มีดีอย่างไร

สมุนไพรมีดีอย่างไร

 

 

 

น้ำขิง
“น้ำขิง” เป็นสุดยอดสมุนไพรอย่างหนึ่ง ที่มีสรรพคุณในทางแก้โรคท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน ช่วยในการย่อยอาหาร ขับลมในกระเพาะ และยังเป็นสมุนไพรที่ทำให้เจริญอาหารอีกด้วย เรียกว่าเป็นยาสมุนไพรที่วิเศษจริงๆ ค่ะ ขิงที่ว่านี้เราสามารถนำมาดัดแปลงและปรับแต่งเป็นน้ำสมุนไพร เพื่อง่ายต่อการรับประทานได้ดังนี้ค่ะ ส่วนผสมได้แก่ ขิงแก่ล้างสะอาด น้ำสะอาด น้ำตาลทรายแดง เกลือ วิธีทำคือ นำขิงแก่มาล้างให้สะอาด แล้วทุบพอแตก เสร็จแล้วนำไปใส่หม้อต้มที่ใส่น้ำสะอาดเตรียมไว้ ต้มขิงให้เดือด แล้วค่อยๆ ลดไฟ เคี่ยวให้นานจนขิงละลายน้ำ (สีน้ำจะเป็นสีเหลืองอ่อน) ประมาณ 15-20 นาที แล้วจึงยกลงได้ จากนั้นให้ผสมเกลือเล็กน้อยตามด้วยน้ำตาลทรายแดง คนให้เข้ากัน ถ้าต้องการดับกระหายคลายร้อน ให้ใส่น้ำแข็งลงไปเพียงเท่านี้ก็ได้น้ำขิงที่เย็นชื่นใจแล้วค่ะ
 
 
 
มะพร้าว
มะพร้าว จัดได้ว่าเป็นต้นไม้ที่เรานำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เรียกได้ว่าแทบทุกส่วน ปลูกไว้เพื่อเป็นร่มเงา ส่วนของเปลือก ใย กะลามะพร้าว ล้วนถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมาย ผล จาว และยอดอ่อน รับประทานได้ น้ำมะพร้าวอ่อนดื่มแก้กระหาย เนื่องจากอุดมไปด้วยโพแทสเซียม จึงใช้เป็นเครื่องดื่มเกลือแร่ได้ เนื้อในมะพร้าวขูดแล้วคั้นเป็นกะทิ ใช้ทำอาหารได้ทั้งคาว หวาน และยังนำมาทำเป็นน้ำมันมะพร้าวใสบริสุทธิ์ นำมาใช้ในกิจกรรมการนวดและสปา นวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ ด้วยคุณสมบัติที่คล้ายมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ สามารถซึมซาบได้เร็ว เพราะมีอนุภาคขนาดเล็ก เนื่องจากประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงกลายมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมหลายชนิด ใช้ทาบำรุงผิวช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และมีวิตามินอีที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผม เพราะน้ำมันมะพร้าวจะช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย บำรุงหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี ปกป้องหนังศีรษะจากรังแค แสงแดด และลม รักษาความชุ่มชื่นของเส้นผม เพราะมีคุณสมบัติยีดเกาะกับโปรตีนของเส้นผมได้ดี น้ำมันมะพร้าวจึงช่วยลดปริมาณการสูญเสียและหลุดร่วงของเส้นผม ทำให้รากผมแข็งแรง ไม่หงอกก่อนวัย กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ปรับสภาพผมที่แห้งเสียให้กลับมามีชีวิตชีวา เงางาม เวลาใช้แล้วล้างออกง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ผมนิ่มและหวีง่ายไม่พันกัน ถ้าอยากสัมผัสคุณค่าของน้ำมันมะพร้าวไม่ยากค่ะ เพราะเป็นส่วนผสมสำคัญที่มีอยู่ในครีมนวดผมผสมสมุนไพร ดร.สาโรช ไม่เชื่อต้องพิสูจน์ดูสิคะ
 
 
 
มะกรูด
นอกจากจะใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารแล้ว ยังมีคุณสมบัติในทางยาสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ช่วยละลายเสมหะ บรรเทาอาการไอ แน่น จุกเสียด และ ขับลมในลำไส้ อีกทั้งยังช่วยให้เจริญอาหารอีกด้วย แต่ที่นิยม กันมากคือ นำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในการช่วยบำรุงสุขภาพผมให้แข็งแรง ไม่แห้งกรอบ ไม่หลุดร่วง ไม่หงอกง่าย ทำให้ผมดกดำเป็นเงางาม พร้อมทั้งช่วยบำรุงรากผมและหนังศีรษะไม่ให้เป็นรังแค และผลิตภัณฑ์แชมพูสมุนไพร ดร.สาโรช ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์คุณภาพ มีส่วนผสมของมะกรูดที่เข้มข้น พร้อมที่จะปรับสภาพผมเสียให้สวยได้อย่างไม่ยากค่ะ
 
 
 
ว่านหางจระเข้
เป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ มีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย โดยเฉพาะวุ้นใสๆ ที่อยู่ภายในใบอันยาวหนา ปลายแหลม ประกอบไปด้วยสารโพลีแซคคาไรด์ ไกลโคโปรตีน อล็อคติน มูซิเลจ และกรดอะมิโน ที่มีฤทธิ์เร่งการจับตัวของเลือด และเร่งการเจริญ เติบโตของเซลล์ในร่างกาย ใช้ทาเพื่อสมานบาดแผลไฟไหม้ แผลที่เกิดจากความร้อน น้ำร้อนลวก แมลงสัตว์กัดต่อย รอยฟกช้ำ หรือผิวหนังไหม้ที่เกิดจากแดดเผา นอกจากจะรักษาอาการอักเสบต่างๆ ได้ดีแล้ว วุ้นจากว่านหางจระเข้ยังช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากการพักผ่อนน้อย รวมไปถึงช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันนิยมนำสารสกัดจากว่านหางจระเข้มาใช้เป็นส่วนผสมใน เครื่องสำอาง ซึ่งในผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.สาโรช มีส่วนผสมของสารสกัดจากว่าน หางจระเข้ หรืออะโรวีรา อยู่ในสบู่เหลวผสมสมุนไพรสำหรับผิวแห้งและบอบบาง รวมถึง สบู่เหลวผสมสมุนไพรสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวมัน ไวท์เทนนิ่งครีม และครีมขัดผิวหน้าผสมสมุนไพร ที่ช่วยสร้างความชุ่มชื่นให้กับผิว พร้อมป้องกันการระคายเคืองอักเสบที่อาจเกิดกับผิวคุณได้เป็นอย่างดี
 
 
 
แตงกวา
แตงกวานอกจากจะมีประโยชน์ทางด้านโภชนาการแล้ว ยังใช้เสริมสวยได้อีกด้วย ดังจะเห็นได้จากตำราความงามหลายๆ เล่มตามท้องตลาด มักจะมีการนำเอาแตงกวามาเสริมความงามอยู่เสมอๆ แตงกวามีวิตามินบี วิตามินซี มีธาตุแคลเซียมฟอสฟอรัสและเหล็ก มีเอนไซม์อยู่หลายชนิด เช่น เอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน และสารมีกลิ่นหอมที่ละลายได้ในแอลกอฮอล์ ใช้ผสมในน้ำหอม และแต่งกลิ่นเครื่องสำอาง มีกรดอะมิโน (โปรตีน) ในปริมาณสูง ใช้ประกอบอาหารหรือเป็นผักที่ใช้ประดิษฐ์ให้สวยงาม เพื่อตกแต่งในจานอาหารรับประทานแก้เลี่ยน ใช้ปรุงผัด ต้ม ดอง และทำน้ำแตงกวา ประโยชน์ทางยา ยาไทย ใช้แตงกวาคว้านไส้ออก ใส่สารส้มให้เต็มผล เผาไฟพอสุก บีบน้ำ ดื่มแก้ขัดเบา ยาจีน น้ำจากผลใช้รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผลไฟไหม้ และ น้ำร้อนลวก น้ำคั้นจากใบสด ดื่มทำให้อาเจียนในเด็กที่อาหารไม่ย่อย รากตำ ใช้พอกลดอาการอักเสบที่เกิดจากขนเม่นตำ เนื้อในเมล็ดแก่ กินเป็นยาขับพยาธิ ใช้เสริมสวยโดยนำผลแตงกวาฝานบางๆ แปะที่ผิวหน้า ช่วยบำรุงผิว ลบรอยฝ้า เนื่องจากในน้ำแตงกวามีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้านให้หลุดออกไป ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่มจะเกิดขึ้นมาแทนที่ นิยมใช้น้ำจากแตงกวาผสมในเครื่องสำอางบำรุงผิว เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว นอกจากจะช่วยให้ผิวหนังไม่หยาบกร้านแล้ว ยังออกฤทธิ์ช่วยสมานผิวด้วย แตงกวาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะให้สารที่มีกลิ่นหอม ใช้แต่งกลิ่นในเครื่องสำอาง แตงกวามีคุณค่ามากมายอย่างนี้ ไปตลาดคราวหน้า อย่าลืมแวะซื้อไว้ติดตู้เย็นนะคะ
 
 
 
เทียนกิ่ง (HENNA)
เทียนกิ่งหรือเฮนน่า ถือเป็นเครื่องสำอางสมุนไพรที่เก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่งของโลก ใช้กันมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว โดยนำมาแต่งสีเล็บ ทาสีฝ่ามือ ส้นเท้า และใช้ย้อมผม จะทำให้ได้สีผมไปทางสีแดง หรือสีแดงปนส้ม ซึ่งประเทศแรกที่นำมาย้อมผม คือ ชาวอียิปต์ นอกจากนี้ดอกของเทียนกิ่งยังมีกลิ่นหอมรื่นคล้ายกุหลาบหนู จึงใช้ทำน้ำหอมได้ อีกด้วย เทียนกิ่งเป็นไม้พุ่ม ในบ้านเรามี 2 ชนิด คือ เทียนกิ่งดอกขาว และเทียนกิ่งดอกแดง ในตำรายาไทยได้บอกสรรพคุณของเทียนกิ่งไว้หลายอย่างคือ ใบ ใช้แก้อาการเจ็บคอ เล็บขบ ทารักษาแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก แผลฟกช้ำ ผิวหนังอักเสบ ราก ใช้ขับประจำเดือน ขับปัสสาวะ รักษาตาเจ็บ เปลือก ใช้ขับน้ำเหลืองเสียในโรคเรื้อน ดอก แก้ปวดศีรษะ ขับประจำเดือน ในเทียนกิ่งมีสารที่ออกฤทธิ์ทั้งในการเป็นสีและยา คือ Lawsone ซึ่งเป็นสารสำคัญในการย้อมผมที่นับว่าปลอดภัย และช่วยปกป้องผมจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี ลอนา แฮร์โทนิค และ ลอนา แฮร์โคท ในชุดผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ดร.สาโรชนอกจากจะมีส่วนผสมจากสมุนไพรอันทรงคุณค่านานาชนิดแล้ว ยังมีส่วนผสมจากสมุนไพรเทียนกิ่ง ซึ่งจะช่วยบำรุงสุขภาพผม ทำให้เส้นผมและรากผมแข็งแรง ไม่ร่วง ไม่แตกปลาย พร้อมทั้งเพิ่มการเจริญงอกงามของเซลล์รากผม ช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้ดี หากใช้เป็นประจำสุขภาพผมจะดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนค่ะ
 
 
 
ขมิ้น
ขมิ้นเป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ในดิน เนื้อในของขมิ้นจะมีสีเหลืองเข้มจนถึงสีแสดจัด และยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ส่วนของใบจะเรียวยาว ปลายแหลมคล้ายใบพุทธรักษา ออกดอกเป็นสีขาวอมเหลือง มีกลีบประดับสีเขียวอมชมพู สมัยก่อนจะนิยมใช้ขมิ้นที่ตากแห้งแล้วนำมาบดให้เป็นผง แล้วนำมาขัดตัวเพื่อให้มีผิวพรรณที่ขาวนวลเนียนสวยงาม นอกจากใช้ในเรื่องของความสวยงามแล้ว เหง้าขมิ้นยังมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และมีฤทธิ์ในการขับน้ำดี สามารถรักษาโรคผิวหนัง ฝี และอาการผื่นคันจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยการนำขมิ้นยาวประมาณ 2 นิ้ว มาฝนกับน้ำต้มสุก ทาบริเวณที่เกิดอาการ หรือใช้ผงขมิ้นโรยทาบริเวณที่มีอาการแพ้ คัน และอักเสบจากแมลงสัตว์กัดต่อยวันละ 3 ครั้ง อาการก็จะทุเลาลง และหายในที่สุด

 

หม่อน
หม่อนเป็นพืชที่มีประโยชน์เรียกได้ว่าแทบจะทุกส่วนของลำต้นเลยทีเดียวค่ะ เมื่อก่อนเราจะนำใบหม่อนมาใช้เลี้ยงตัวไหมแค่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วนำใยจากตัวหนอนไหมมาใช้ทอเป็นผ้าไหม แต่เดี๋ยวนี้กระแสนิยมดื่มชามาแรง ทำให้ใบหม่อนแปรรูปเป็นชาใบหม่อน ชงดื่มช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต โดยไม่ต้องดื่มชาราคาแพงก็ได้ประโยชน์เช่นกัน ยังมีส่วนอื่นๆ ของหม่อนที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ ลูกหม่อนหรือผลหม่อน ที่ฟังดูไม่ค่อยมีคุณค่าเท่าใด แต่ถ้าพูดเป็นภาษาอังกฤษว่ามัลเบอร์รี่ (Mulberry) ฟังดูมีคุณค่าเพิ่มขึ้น เหมือนกับคุณค่าจริงๆ ที่แฝงอยู่ในผลซึ่งให้รสหวานอมเปรี้ยว มักนำมาผลิตเป็นไวท์และน้ำผลไม้ มีสรรพคุณใช้รักษาโรค และนำมาผลิตยาแผนปัจจุบันเป็นน้ำเชื่อม ช่วยขับเสมหะได้ และบำรุงไขข้อ บำรุงหัวใจ บำรุงผมให้ดกดำ กิ่ง ใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี แก้อาการปวดกล้ามเนื้อ และอาการหดเกร็งของแขนขา ช่วยให้ระบบลำไส้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น รากหม่อน ช่วยในการขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต แก้ไอ และรากหม่อนยังมีสารสำคัญหลายชนิด ที่สกัดได้แล้วนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ช่วยให้ผิวขาวขึ้น สารสกัดนี้จะยับยั้งการสร้างเมลานินของผิว โดยสารสกัดจากกิ่ง ใบ เปลือกราก ยังช่วยยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสในขบวนการสร้างเม็ดสีที่ผิวหนัง จึงช่วยลดความหมองคล้ำของผิว ได้เช่นเดียวกับชะเอมเทศ และปอฝ้าย เราจึงนำมาเสริมเป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งของผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งพลัส ที่รับรองว่าใช้แล้วผิวไม่หมองคล้ำแน่นอนค่ะ
 
 
 
มะนาว
“มะนาว” แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอกับรสชาติที่เปรี้ยวจนเข็ดฟันแล้วใช่ไหมคะ หลังจากเติมความเปรี้ยวใส่ลงในจานอาหารจานโปรดแล้ว อย่าเพิ่งทิ้งเปลือกนะคะ ลองนำสร้อยเงิน หรือแหวนทองที่คุณใส่จนดำ มาแช่ไว้สักครู่แล้วขัดเบาๆ ด้วยเปลือกมะนาวสักพัก จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด คุณก็จะได้พบกับความเงางามตามสภาพเดิมของเครื่องประดับชิ้นนั้นค่ะ นอกจากเครื่องประดับแล้ว หากคุณมีรอยสากด้านของข้อศอกหรือหัวเข่าเกิดขึ้นล่ะก็ สามารถนำเปลือกมะนาวมาช่วยเนรมิตผิวให้นุ่มได้ โดยนำมาขัดเบาๆ ตรงบริเวณที่ด้าน แต่วิธีนี้อาจช้าไปนิด แถมไม่สะดวกอีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้ข้อศอกที่สากด้านกลับมาเนียนนุ่มดังเดิม ลองทาโลชั่นบำรุงผิว ดร.สาโ รช บริเวณข้อศอกที่สากด้าน และทั่วผิวกาย ไม่เพียงแต่จะทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น แล้วยังมีกลิ่นหอม สดชื่นอีกด้วยค่ะ
 
 
 

กานพลู
นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้น มีใบหนาเป็นมันเมื่อเอาใบมาส่องกับแสงแดดจะเห็นเป็นจุดน้ำมันอยู่ทั่วไป ออกดอกเป็นช่อขนาดเล็ก สีแดงอมชมพู กานพลูแห้งจะใช้เป็นเครื่องเทศ ช่วยแต่งกลิ่น รสอาหาร ซึ่งเมื่อนำมาทำยาจะใช้ดอกแห้งที่ยังไม่ได้สกัดเอาน้ำมันออก ต้องเก็บดอกในช่วงที่เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดง คือในระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และน้ำมันหอมระเหยในดอกนี้เองจะประกอบด้วยสาระสำคัญหลายชนิด ที่ช่วยในการขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้อ เมื่อเด็กอ่อนมีอาการปวดท้อง ให้เอาดอกกานพลูแห้ง 1-2 ดอก ไปแช่เอาไว้ในกระติกน้ำร้อน ที่ใช้ชงนมให้เด็กอ่อน จะช่วยฆ่าเชื้อโรค ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ เนื่องจากกานพลูมีสาร Eugenol จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง เมื่อนำมาสกัดแล้วจะใช้ในการขับน้ำดี ขับพยาธิ และสามารถฆ่าแมลงได้ ใช้เป็นยาชาแก้ปวดฟัน เวลารักษาอาการปวดฟันให้นำสำลีพันไม้จิ้มฟัน ชุบน้ำมันกานพลูทาบริเวณเหงือกและจิ้มลงไปในรูฟันที่ปวดก็จะบรรเทาอาการดังกล่าวได้

เหงือกปลาหมอ
เหงือกปลาหมอ มิใช่เหงือกของปลาหมอที่แหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำหรอกนะคะ แต่เป็นพืชสมุนไพรประเภทล้มลุก ต้นสีน้ำเงินอมม่วง ใบหนาสีเขียวเข้ม และที่มาของนามว่าเหงือกปลาหมอก็เพราะมีหนามแหลมคมที่หยักคล้ายเหงือกปลาหมอจริงๆ ส่วนต่างๆ ของเหงือกปลาหมอไม่ว่าจะเป็นราก ต้น ใบ ฝัก และเมล็ด ล้วนมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โรคไต ขัดเบา ปวดหลัง ปวดเอว ให้ลองนำเอาส่วนที่เป็นลำต้นนำมาทั้งใบและราก ล้างให้สะอาด สับเป็นท่อน นำไปตากแห้ง หรือจะใช้แบบสดก็ได้ แต่ทั้งนี้ต้องนำไปต้ม แล้วกรองนำเอาเฉพาะน้ำมาดื่มเท่านั้นค่ะ ที่เด็ดไปกว่านั้นคือเป็นยาอายุวัฒนะช่วยให้เจริญอายุ และมีสติปัญญาดี ง่ายๆ ด้วยการนำส่วนต้นมาตำผสมกับพริกไทย ในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 เคล้าน้ำผึ้ง ปั้นเป็นลูกกลอน หรือตำเป็นผงละลายน้ำผึ้งรับประทานก็ได้ ตามแต่ใจชอบเลยค่ะ

ตะโก
ตะโก หรือตะโกนา หลายท่านรู้จักกันดีว่าเป็นพันธุ์ไม้ยืนต้นที่นิยมนำมาแต่งเป็นไม้ดัดเพื่อความสวยงาม เนื่องจากมีลักษณะที่ทนต่อสภาพแวดล้อม ง่ายต่อการปลูกเลี้ยง และบำรุงรักษา แต่นั่นถือว่าเป็นรูปลักษณ์ภายนอกค่ะ ขอบอกว่าตะโกมีดีกว่านั้น เริ่มกันที่ผลอ่อนซึ่งมีรสฝาดที่ชื่อ แทนนิน อยู่สูง จึงนำมาใช้ในการย้อมผ้าได้ดี เพราะทำให้สีติดเนื้อผ้าแน่นและทนทาน ส่วนผลสุกนั้นสามารถนำมากินได้ แต่รสออกจะฝาดและเฝื่อนคออยู่สักหน่อย และที่ถือว่าสุดยอดก็คือความเป็นยาอายุวัฒนะ หรือยาที่ทำให้อายุยืนยาวนั่นเอง ด้วยคุณสมบัติในด้านยาสมุนไพรที่ช่วยแก้ท้องร่วง ตกเลือด แก้มวนท้อง ขับพยาธิ แก้ฝีเน่าเปื่อย รวมทั้งเปลือกต้นตะโกสามารถใช้ต้มกับเกลืออมแก้รำมะนาด แก้ปวดฟัน ทำให้ฟันทนทาน ส่วนเปลือกผลเผาเป็นถ่านแช่น้ำกินช่วยขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รากต้นตะโกนำมาต้มน้ำกินแก้โรคเหน็บชา โรคกระษัย ไตพิการ น้ำเหลืองเสีย แก้ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย ช่วยเจริญอาหาร แก้ร้อนในได้ดี ที่สำคัญตะโกนับว่าเป็นสุดยอดของยาบำรุงสุขภาพ โดยเฉพาะท่านสุภาพบุรุษ เพราะน้ำต้มเปลือกและเนื้อไม้ตะโก มีสรรพคุณแก้โรคกามตายด้าน กระตุ้นร่างกายให้สดชื่นแข็งแรง บำรุงกำลัง บำรุงธาตุอีกด้วยค่ะ สมัยก่อนชาวบ้านจะใช้เปลือกตะโก ผสมเปลือกต้นทิ้งถ่อน หัวแห้วหมู เมล็ดข่อย เม็ดพริกไทยแห้ง เถาบอระเพ็ดอย่างละเท่ากันดองเหล้ากิน หรือต้มกิน เพื่อบำรุงสุขภาพ จะเห็นได้ว่าคนสมัยก่อนนั้นแข็งแรงและมีอายุยืนยาว ถ้าใครสนใจก็ลองไปร้านยาสมุนไพรหาซื้อมาลองต้มกินกันได้ค่ะ แต่ถ้าไม่มีเวลาก็อยากจะแนะนำยาสมุนไพรไทยสำหรับบำรุงร่างกาย ตำรับเฉพาะของ ดร.สาโรช ที่มีส่วนประกอบของตะโกและสมุนไพรที่ทรงคุณค่ารวม 30 กว่าชนิด บรรจุในแคปซูลทำให้รับประทานง่าย สะดวกต่อการพกพาและมีคุณค่าต่อสุขภาพร่างกายสูงค่ะ

สะระแหน่
สะระแหน่ หรือภาษาเหนือเรียกกันว่าหอมด่วน หอมเตือน ส่วนภาคใต้จะเรียกว่ามักเงาะ สะแน่ หรือที่คนกรุงเรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า มิ้นต์ เรานิยมนำมาใช้ปรุงอาหารประเภทยำ ลาบ พล่า ต้มยำ หรืออาหารที่มีรสจัด และช่วยปรุงแต่งกลิ่นให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในด้านสมุนไพรไทยที่ช่วยรักษาโรคอีกด้วย โดยใช้เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ ขับลม ขับเหงื่อ รักษาอาการหวัดได้ และยังสามารถแก้อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ หากนำน้ำที่คั้นจากต้น และใบมาใช้ดื่มก็จะช่วยขับลมในกระเพาะได้ หรือใครจะกินสดๆ เพื่อดับกลิ่นปากก็ยังได้ นอกจากนี้การบริโภคสะระแหน่ยังช่วยให้สมองปลอดโปร่ง โล่งคอ ป้องกันไข้หวัด บำรุงสายตา และช่วยให้หัวใจแข็งแรง หรือใครที่มีอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน เจ็บคอ เจ็บปาก เจ็บลิ้น ก็ให้ดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่ 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้อาการดังกล่าวทุเลาและหายไปได้ นอกจากนั้นยังช่วยรักษาอาการบิด ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด ส่วนการแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ทำได้โดยตำใบสะระแหน่ให้ละเอียดแล้วพอกบริเวณที่โดนกัด ในส่วนใบและลำต้นพบน้ำมันหอมระเหยซึ่งเมื่อนำไปสกัดจะได้น้ำมันเมนธอล มีรสเย็น กลิ่นหอมสดชื่น ด้วยสรรพคุณอันหลากหลายของสะระแหน่หรือมิ้นต์นี้ เราจึงนำมาเป็นส่วนผสมในยาสีฟันสมุนไพร ดร.สาโรช ซึ่งจะช่วยให้ปากสะอาด มีกลิ่นหอม ลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากได้อย่างดีค่ะ

แครอท
เป็นพืชที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ทำสลัด ส้มตำ ต้มจืด ผัดกับเนื้อสัตว์ หรือตกแต่งอาหารให้สวยงาม มีสารอาหารสำคัญคือ สารแคโรทีนอยด์ ชื่อ เบต้าแคโรทีน (เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ) วิตามินซี ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของชาวอเมริกัน ใช้รักษาได้หลายโรค เช่น โรคประสาท หืดหอบ โรคผิวหนัง ป้องกันโรคมะเร็ง อาการผิดปกติในกระดูก บำรุงสายตา ท่านใดที่เคยเขี่ยแครอททิ้งจากจาน คงต้องคิดใหม่แล้วนะคะ เพราะแครอทมีคุณประโยชน์มหาศาล นี่ยังไม่รวมถึงประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณของท่านให้ดูสดใสอีกด้วย ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.สาโรช ของเรา จึงนำสารสกัดจากแครอทมาเป็นส่วนประกอบในสบู่เหลวสำหรับผิวแห้งและผิวบอบบาง เพื่อช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและริ้วรอยก่อนวัย เพิ่มความสดใสสู่ผิวคุณค่ะ
 
 
 
ใบพลูสด แก้โรคลมพิษ
ลมพิษพบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย แต่มักเกิดกับเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มหนุ่มสาวมากกว่าเด็ก อาการของลมพิษจะเกิดขึ้นทันทีหลังจากสัมผัส สูดดม กิน (ฝุ่น พิษของผักบุ้ง อาหารทะเล) เมื่อเกิดแล้วจะมีลักษณะเป็นวงแดง ขนาดและรูปร่างต่างๆ กัน ขึ้นบริเวณผิวหนัง เนื้อภายในวงจะนูน และสีซีดกว่าขอบเล็กน้อย รู้สึกคัน หากเกาจะทำให้ผื่นแดงลามมากขึ้น บางคนอาจมีอาการไข้ หนังตาบวม หายใจไม่สะดวกร่วมด้วย มักเป็นอยู่ 3-4 ชั่วโมง และหายไปเอง จากนั้นอาจเกิดขึ้นได้ใหม่เมื่อสัมผัสสิ่งที่แพ้อีก สำหรับสมุนไพรที่ช่วยรักษาอาการลมพิษ ได้แก่ ใบพลูสด ซึ่งมีสรรพคุณเป็นยารักษาอาการแพ้ อักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย โดยมีวิธีรักษาคือ ให้นำใบพลูสดที่สมบูรณ์เต็มที่ 1-2 ใบมาตำให้ละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับเหล้าขาว ทาบริเวณที่เป็นผื่น อาการจะค่อยๆ ทุเลาลง ทั้งนี้ห้ามใช้กับแผลเปิดเพราะจะทำให้แสบมากค่ะ
 
 
 
บัวหลวง
เป็นดอกไม้มงคลที่มีความโดดเด่น สีสันงดงาม นิยมใช้บูชาพระ มีความเชื่อว่าหากใครนำไปปลูกไว้จะทำให้เกิดความผูกพันในครอบครัว เปรียบเสมือนสายใยของบัวจะเด็ดอย่างไรก็ยากที่จะขาด อย่างนี้ต้องพิสูจน์ดูนะคะ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือคุณประโยชน์ที่หลากหลายของบัวหลวง คนสมัยก่อนจะนำดอกบัวมาต้มทานเพื่อบำรุงร่างกาย บำรุงครรภ์ให้คลอดง่าย บัวจะมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยให้หลับสบายขึ้น เกสรช่วยบำรุงผิว ต้านอนุมูลอิสระ ลดริ้วรอย เป็นสารที่ทำให้ผิวขาว ในเมล็ดบัวที่เรานำมาทำอาหารนอกจากให้โปรตีนสูงยังช่วยลดน้ำตาลในเลือด มีฤทธิ์ต่อต้านการกลายพันธุ์ของสารมะเร็งและต้านการเกิดพิษต่อตับ บำรุงร่างกาย ไขข้อ และใบบัวยังใช้รักษาอาการท้องเสีย ถ้าหากคุณรู้สึกอ่อนล้า ไอ และเป็นไข้ ลองหารากบัวมาต้มรับประทาน จะช่วยได้มากทีเดียวค่ะ จากคุณค่าที่พบได้ทุกส่วนของบัวหลวง จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะนำสมุนไพรธรรมชาติบำบัดนี้ผลิตเป็นยาเพื่อช่วยบำรุงโลหิตให้ร่างกายของคุณมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นค่ะ

 

มะคำดีควาย
มะคำดีควาย เป็นไม้ที่ขึ้นได้ทั่วไปในบริเวณป่าเบญจพรรณ โดยมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคกลางเรียกมะคำดีควายหรือประคำดีควาย ภาคเหนือเรียกมะซักหรือส้มป่อยเทศ เป็นต้น มะคำดีควายถือเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณสามารถนำมาใช้เป็นยาได้หลายส่วนไม่ว่าจะเป็นเปลือก ใบ เมล็ด และที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์มากที่สุดคือ ผล มีรูปทรงกลม สีดำ นำมาปรุงเป็นยาใช้แก้ไข้ ดับพิษร้อนใน และแก้หืดหอบ นอกจากนี้คนโบราณยังใช้ทำเป็นยาใส่ผมแก้รังแค แก้คันศีรษะ แก้ชันนะตุ และแก้ผมร่วง ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งจากแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน โดยมีวิธีการใช้ง่ายๆ เพียงนำผลคำดีควาย 5 ผล ทุบพอแตก ต้มกับน้ำ 1 ถ้วย (250 ซีซี) นำน้ำสมุนไพรที่เย็นแล้วมาทาหนังศีรษะบริเวณที่เป็น วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น หรือจะนำมาใช้สระผมก็ได้ ทั้งนี้เพราะผลมะคำดีควายอุดมไปด้วยสารซาโปนินซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายสบู่โดยสามารถให้ฟองได้ดี ทำให้มะคำดีควายได้รับฉายาว่าเป็น สบู่ธรรมชาติ ภาษาอังกฤษเรียกว่า โซปเบอร์รี่ (Soap berry) หรือโซปนัท (Soap nut) มีสรรพคุณในการทำความสะอาดผิวสูงและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อราอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลากเกลื้อนและปัญหาผิวได้เป็นอย่างดี บริษัทฯ จึงได้เลือกสรรมาเป็นส่วนผสมคุณภาพในผลิตภัณฑ์ ดร.สาโรช หลายชนิด เช่น เจลล้างหน้า ครีมขัดผิวหน้าและผิวกาย โรลออนสมุนไพร ฯลฯ เพื่อสุขภาพอนามัยของผิวที่ดีสำหรับทุก

 

 

 

 

ที่มา เว็ปบริษัท ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดร.สาโรช จำกัด